13 มีนาคม 2553

วันนี้ที่นอกบ้านวุ่นวาย

วันที่ควรเฝ้าหน้าจอทีวี นั่งหน้าคอมเพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง

บางทีก็ไม่อยากรับรู้ อยากหนีไปจากโลกความเป็นจริงบ้าง

เพื่อนนัดไปเที่ยวก็หวั่นจราจล เลื่อนนัดกันไปอีก

จะไปไหนไกล ก็กลัวจะไม่ปลอดภัยในชีวิต ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่มีอะไรหรอก

เพียงแต่ข่าวออกมาให้เรารู้สึกกลัวไปเอง

ดีนะโรงหนังอยู่หน้าบ้าน เลยนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากดูหนังขึ้นมา

ที่อยากดูตอนนี้ ก็มีหลายเรื่อง เลยไปยืนจิ้มๆตัดสินใจอยู่หน้าโรง

สรุปเอาเรื่องนี้ละักัน "บ้านฉัน...ตลกไว้ก่อน...พ่อสอนไว้"

 

แม่ก็ถามว่าดูหนังไทยจะคุ้มเหรอ รอดูดีวีดี ดีกว่ามั้ย (แม่ไม่ได้ดูด้วยนะจะไปกะเพื่อน)

เลยบอกว่าไม่เป็นไร อยากดู

แล้วนี่ก็เป็นประสบการณ์การดูหนังคนเดียวครั้งแรกในชีวิต

อยากรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นยังไงกับการดูหนังคนเดียว

ก็เคยแต่เดินช๊อปปิ้งคนเดียว เดินจตุจักรคนเดียว(จนเพื่อนหาว่าจะติสไปไหน)

ก็ไม่เห็นจะแปลก ทำไมจะทำอะไรคนเดียวไม่ได้

ต้องคอยเกาะคนนู้นคนนี้ตลอดเวลามันไม่ใช่อะ

มีคนเคยบอกว่าดูหนังคนเดียว....มันเปลี่ยวนะ

มันจะขนาดนั้นเลยหรอ เราไปดูหนังนะ ไม่ได้เข้าไปทำอย่างอื่น

ปกติเวลาดูหนังก็ไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้ว ไม่ใช่เหรอ

ที่อยากดูเรื่องนี้ เพราะชอบพอลล่าด้วย รู้สึกผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ น่ารักจัง

เคยเห็นเทรลเลอร์แว๊บๆ ไม่ได้ดูมุขมันมากมายเหมือนตอนเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอที่จำได้ทุกคำพูด


พอได้เวลาก็เลยเข้าไปนั่งในโรง ขนาบข้างระหว่างผู้หญิง 2 คน ที่มากับแฟน

คิดไว้ เรามาดูหนัง ไม่ได้มาดูคนจู๋จี๋กัน ฮ่าๆ ก็เลยดูตัวอย่างหนังไป

หลังจากดูเรื่องรถไฟฟ้ามาก็ชอบหนังของ GTH มากขึ้น ก็หวังว่าเรื่องนี้คงจะไม่ผิดหวัง

 

บ้านฉัน เป็นเรื่องความรักและครอบครัว ที่น่าดูเรื่องนึง เรื่องธรรมดาๆที่อยู่ในชีวิตธรรมดาของเราๆ

เปิดฉากมาด้วยความขำ การได้รู้ถึงความลุ้นและความภูมิใจของคนเป็นพ่อแม่ที่เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก

หนังเรื่องนี้ถ่ายหน้าเต็มๆอีกแล้ว หน้าใหญ่โตมโหฬารเห็นรูขุมขน โดยเฉพาะหน้าจาตุรงค์ ม๊กจ๊ก

ไม่ใช่พี่เคนหล่อทะลุแป้ง แต่หน้าจาตุรงค์เต็มจอก็ขำและทำให้ยิ้มได้

ความขำขันของตลกที่มีชีวิตอยู่กับความตลก และถ้าตลกไม่ได้มันก็แย่

เด็กคนนึงที่เกิดมาในอาชีพตลก พ่อแม่หวังให้ลูกเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ

แต่ลูกไม่สามารถที่จะเป็นได้ มันก็คือความผิดหวังของพ่อแม่

คนเป็นลูกเองถึงจะพยายามทำให้ดีเท่าไหร่ แต่ด้วยพรสววรค์ของคนที่ไม่เหมือนกัน

ทำให้ลูกเกิดความน้อยใจ กลัวว่าถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อแม่อยากให้เป็น...พ่อแม่จะไม่รัก

แต่ความเป็นจริงแล้ว...ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนหรอก...ที่ไม่รักลูกของตัวเอง

ที่ทำให้ซึ้งมากของหนังเรื่องนี้จนถึงกับน้ำตาร่วง ปาดน้ำตาสูดน้ำมูกไปแบบไม่อายคนข้างๆ

ก็ตอนที่พ่อรู้ว่าลูกหายไป แล้วลูกกลับมาตอนเช้า พ่อถือไม้เรียวฟาดเอาๆแล้วด่าลูกไปด้วย

ปรากฎว่าพ่อตีขาตัวเองเป็นหลายสิบทีจนขาแดง นี่คือความรักลูกมากที่ไม่อยากให้ลูกเจ็บ

และอีกตอนที่พ่อแต่งตัวเป็นแม่ไปงานวันแม่แล้วลูกติดดอกไม้ให้ที่อกแล้วนมแตกเป็นสายน้ำ

ถ้าระลึกไปถึงตอนเด็กๆแล้ว เค้าทำให้เรามากมายจริงๆ นั่งดูก็ขำไปทั้งน้ำตาจริงๆ

เด็กที่เล่นเป็นตัวเอก "ต๊อก" ถือว่าผ่านกับการเล่นบทนี้ หน้าตาดูยิ้มกริ่มๆ อายุแค่12-13

ตอนนี้เรามองว่าเค้าเป็นเด็กเพราะเราโตแล้ว แต่เด็กสมัยนี้ก็โตไวและมีความคิดแล้ว

เด็กอีกคนที่เล่นเป็นน้องสาวต๊อก "แซลมอน" ก็เล่นได้น่ารัก น่าเอ็นดู

ชอบตอนที่ต๊อกบอกว่าจะเอาเงินทีแซลมอนเก็บไว้ในกระปุกคืนและจะซื้อกระปุกออมสินใหม่ให้

แต่น้องสาวตัวเล็กก็เดินไปตบบ่าพี่ชายแล้วบอกว่า "ไม่เป็นไร" มันเป็นความรักระหว่างพี่น้องที่น่ารักมากๆ

หนัง GTH จะต้องมี แจ๊ค แฟนฉัน ออกมาขโมยซีนหน่อยนึง แต่ก็ทำให้ฮาได้ทุกครั้ง

พอลล่าเรื่องนี้หน้าไม่วิ้งมาก อาจเป็นเพราะเทียบกับเด็กหน้าใส แต่ก็ยังน่ารักอยู่

รอยยิ้มของหมอน้ำแข็ง ทำเอาใจของหนุ่มๆละลายไปกันหมด

แม้แต่เด็กชายต๊อก ที่ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น และคอยตามจีบตบมุขสารพัด

เค้าว่ากันว่าผู้หญิงชอบผู้ชายตลก...แต่ท้ายที่สุดแล้วจริงๆผู้หญิงก็ชอบ Family man อยู่ดี

ถึงอายุจะห่างกัน 12 ปี มันก็ไม่ใช่อุปสรรคของความรัก

เมื่อเรารักใครซักคน บางครั้งเพียงแค่เห็นว่าเค้าเดินกับคนอื่น

ก็เข้าใจผิดว่าเป็นแฟน ก็ทำให้เศร้าใจ ชวนไปเดทไม่ได้ ก็เศร้าใจ

บางครั้งเหตุการณ์บางอย่างก็ทำให้คนสองคนคลาดกันไปคลาดกันมาไม่เจอกันซักที

แต่พอเวลามีความรัก โลกทั้งใบก็เป็นสีชมพู

ความพยายามของเด็กคนนึงที่มีความรัก ความปรารถนาดีกับผู้หญิงที่ตัวเองรัก

นางเอกในเรื่อง "คุณหมอน้ำแข็ง" กำลังจะมีน้องกับแฟนที่ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ

แล้วคุณหมอก็ไม่อยากบอกแฟน เพราะ กลัวเค้าจะทิ้งโอกาสในการเรียนมาแต่งงานกับตัวเอง

และอีกอย่าง คือ กลัวเค้าจะไม่ยอมรับแล้วจะทิ้งเธอไป เธอกลัวความเจ็บปวด

ส่วนต๊อกซึ่งรักคุณหมอมาก ถึงกับยอมรับเป็นพ่อเด็ก แม้ตัวเองก็ยังเป็นเด็กอยู่แท้ๆ

ตอนที่คุณหมอน้ำตาหยดติ๋ง เราเองก็น้ำตาร่วงด้วย มันทำให้รู้สึกถึงความเสียสละ

และที่สุดแล้ว แฟนคุณหมอก็กลับมา แสดงความรับผิดชอบในการเป็นพ่อเด็ก

ซึ่งอยากให้คนในสังคมตอนนี้เอาเป็นแบบอย่าง ทำอะไรไว้ก็ต้องรับ

หนังเรื่องนี้ได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่าง

เราจะไม่รู้เลยว่าพ่อแม่รักเราแค่ไหน จนกว่าเราจะเป็นพ่อแม่คน

รัก คือ ความเสียสละ

รัก คือ ความรับผิดชอบ

รัก คือ การให้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน

แล้วเราจะสุขใจที่สุด ถ้ามีความรักที่แท้จริง

 

หนังเรื่องนี้ดูแบบไม่ต้องคิดมาก ดูให้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตที่เป็นอยู่

ไม่ได้มีแค่ขำ แต่มันทั้ง..........ขำ จี๊ด ซี๊ด ซึ้ง

บ้านฉันเป็นหนังครอบครัวที่น่ารักอีกเรื่องที่น่าไปดู ไม่ผิดหวัง

 

 

edit @ 21 Mar 2010 21:53:38 by linching2

Comment

Comment:

Tweet

อยากดูbig smile

#4 By ABC (58.8.147.241) on 2010-04-22 22:40

GTH เป็นค่ายหนังค่ายเดียวที่ดูในโรงซ้ำหลายรอบได้

บ้านฉัน เล่นมาซะ 3 รอบ รอบแรกไปดูคนเดียวในวันฉ
ายวันแรก รอบ 2-3 เป็นการชวนคนโน๊น คนนี้ไปดู การชุมนุมมีผลต่อรายได้หนังจริง ดีใจที่ คนที่ชวนไป ไม่มีใครไม่ชอบหนังเรื่องนี้

ชอบเจ้าของบล๊อกพูดถึงข้อคิดที่ได้จากหนัง ^^

ปล. แซลมอน กวน _ีนมาก question

#3 By m78a (125.24.183.11) on 2010-04-10 23:09

รอเรื่องต่อไปอยู่นะ สงสัยจะมไ่ค่อยว่าง

#2 By @PPAndP (203.155.71.242) on 2010-03-30 15:54

กำลังจะไปดุวันนี้แล้วครับ... :D

อ่านไปได้นิดนึง...ชักจะรู้เรื่องเยอะ

เลยข้ามมาคอมมเนท์เลยละกัน ฮ่าๆๆ

----

ดูจบแล้วจะมาแชร์ความรูสึกครับ :D