Movie

Master of Study (Review)

posted on 08 Jun 2011 21:17 by linching2 in Movie
 
เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน พี่ที่รู้จักถามว่าอยากดูซีรี่ย์เกาหลีมั้ย แล้วก็ยื่นเรื่องนี้มาให้
 
ดูจากหน้าปกแล้ว ต้องเป็นเรื่องคุณครูกับนักเรียนแน่ๆ
 
ทำให้อดคิดไปถึงซีรี่ญี่ปุ่นคุณครูหรือนักเรียนเป็นมาเฟียไม่ได้
 
ซึ่งถ้าเป็นเรื่องประเภทนี้คงเข้าอีหรอบเดิมๆ ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น
 
เรื่องเริ่มต้นด้วยฉากธรรมดา บรรยากาศธรรมดาจนไม่แน่ใจว่าจะติดตามต่อดีหรือไม่
 
อาจเป็นเพราะเห็นหน้าพระเอกนางเอกดูเชยๆไม่หล่อสวยเร้าใจ ทั้งที่เป็นซีรี่ของปี 2010
 
ดูไปได้ 1 ตอน ก็ยังคงคิดว่าซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ก๊องแก๊ง
 
แต่พอเข้าตอน 2 เท่านั้น ก็รู้สึกว่าเรื่องมีอะไรให้ติดตามซะแล้ว
 
Master of study
 
เป็นเรื่องราวที่ทนายหนุ่มใหญ่คนหนึ่งเข้ามาจัดการคดีโรงเรียนจะถูกปิด
 
เพราะความไม่เอาไหนของคุณครูและนักเรียนในโรงเรียน
 
อยู่ๆทนายหนุ่มคัง ซ๊ก กู ก็เกิดแรงบรรดาลใจอยากให้โรงเรียนนี้ยังคงมีต่อไป
 
จึงมีข้อตกลงกับรองผอ.สาวสุดสวยว่าจะจัดตั้งชั้นเรียนพิเศษขึ้นเพื่อส่งไปเข้ามหาลัยชื่อดัง
 
ทนายคังยังได้คุณครูภาษาอังกฤษสาวสุดเจ๋อมาเป็นครูผู้ช่วยในคลาสพิเศษ
 
ซึ่งในคลาสพิเศษนี้เอง มีนักเรียนที่ทนายคังคัดเลือกและสมัครใจมาเองรวมทั้งสิ้น 5 คน
 
เด็กทั้ง 5 คนนี้ ล้วนขึ้นชื่อความเป็นนักเลงและไม่เอาถ่าน
 
ทั้งหมดได้คุณครูพิเศษ จากวิชาต่างๆมาสอนติวเข้มเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง อีก  4 ท่าน
 
แต่ละท่านล้วนมีบุคลิกและวิธีการสอนที่แตกต่างกันไป
 
ตั้งแต่โหดเหี้ยม มันฮา มาดขรึมนุ่มลึก เลิ่กๆลั่กๆ
 
ทนายคัง เหล่าคุณครู และนักเรียนทั้งห้าต้องต่อสู้กับอุปสรรค
 
จากคุณครูในโรงเรียนที่คัดค้านคลาสพิเศษนี้
 
และต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง ในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ
 
ซีรี่ย์เรื่องนี้เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในวัยกำลังเรียนเป็นอย่างยิ่ง
 
เมื่อดูแล้วทำให้เกิดพลังในการตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่
 
"ไม่มีใครไม่ฉลาดหรอก....มีแต่ความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเท่านั้น"
 
เรื่องนี้ยังพูดถึงบทบาทของครอบครัวที่เป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของลูก
 
ความรักของคนในครอบครัว ที่แม้อยู่ในสถานะอะไรก็ยังมีความรักให้กันเสมอ
 
การสอนให้ศิษย์เคารพครู...และการเป็นครูที่มีลูกศิษย์คิดถึงตลอดกาล
 
ความรักของเพื่อนที่เสียสละให้กันได้เมื่อยามลำบากที่สุด
 
สอนความเป็นธรรมชาติของชีวิตที่ไม่ได้จบสวยงามเหมือนละครหลายเรื่อง
 
เพราะชีวิตที่แท้จริงมีสุขบ้าง ทุกข์บ้างคละเคล้ากันไป
 
เรื่องนี้ยังแฝงด้วยเทคนิคการทำข้อสอบสอดแทรกอยู่ในเนื้อเรื่อง
 
ซึ่งเด็กที่อยู่ในชั้นเรียนนั้น น่าจะได้ประโยชน์บ้าง
 
 
 
คุ้มค่าแก่การดูแน่นอน!!!
 
คนที่มีความสู้ชีวิตอาจร้องไห้น้ำตาปูด
 
บางคนอาจอยากลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ
 
หรือ บางคนอาจอยากไปเป็นคุณครูเลยก็ได้ ^ ^
 

edit @ 8 Jun 2011 22:29:19 by linching2

13 มีนาคม 2553

วันนี้ที่นอกบ้านวุ่นวาย

วันที่ควรเฝ้าหน้าจอทีวี นั่งหน้าคอมเพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง

บางทีก็ไม่อยากรับรู้ อยากหนีไปจากโลกความเป็นจริงบ้าง

เพื่อนนัดไปเที่ยวก็หวั่นจราจล เลื่อนนัดกันไปอีก

จะไปไหนไกล ก็กลัวจะไม่ปลอดภัยในชีวิต ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่มีอะไรหรอก

เพียงแต่ข่าวออกมาให้เรารู้สึกกลัวไปเอง

ดีนะโรงหนังอยู่หน้าบ้าน เลยนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากดูหนังขึ้นมา

ที่อยากดูตอนนี้ ก็มีหลายเรื่อง เลยไปยืนจิ้มๆตัดสินใจอยู่หน้าโรง

สรุปเอาเรื่องนี้ละักัน "บ้านฉัน...ตลกไว้ก่อน...พ่อสอนไว้"

 

แม่ก็ถามว่าดูหนังไทยจะคุ้มเหรอ รอดูดีวีดี ดีกว่ามั้ย (แม่ไม่ได้ดูด้วยนะจะไปกะเพื่อน)

เลยบอกว่าไม่เป็นไร อยากดู

แล้วนี่ก็เป็นประสบการณ์การดูหนังคนเดียวครั้งแรกในชีวิต

อยากรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นยังไงกับการดูหนังคนเดียว

ก็เคยแต่เดินช๊อปปิ้งคนเดียว เดินจตุจักรคนเดียว(จนเพื่อนหาว่าจะติสไปไหน)

ก็ไม่เห็นจะแปลก ทำไมจะทำอะไรคนเดียวไม่ได้

ต้องคอยเกาะคนนู้นคนนี้ตลอดเวลามันไม่ใช่อะ

มีคนเคยบอกว่าดูหนังคนเดียว....มันเปลี่ยวนะ

มันจะขนาดนั้นเลยหรอ เราไปดูหนังนะ ไม่ได้เข้าไปทำอย่างอื่น

ปกติเวลาดูหนังก็ไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้ว ไม่ใช่เหรอ

ที่อยากดูเรื่องนี้ เพราะชอบพอลล่าด้วย รู้สึกผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ น่ารักจัง

เคยเห็นเทรลเลอร์แว๊บๆ ไม่ได้ดูมุขมันมากมายเหมือนตอนเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอที่จำได้ทุกคำพูด


พอได้เวลาก็เลยเข้าไปนั่งในโรง ขนาบข้างระหว่างผู้หญิง 2 คน ที่มากับแฟน

คิดไว้ เรามาดูหนัง ไม่ได้มาดูคนจู๋จี๋กัน ฮ่าๆ ก็เลยดูตัวอย่างหนังไป

หลังจากดูเรื่องรถไฟฟ้ามาก็ชอบหนังของ GTH มากขึ้น ก็หวังว่าเรื่องนี้คงจะไม่ผิดหวัง

 

บ้านฉัน เป็นเรื่องความรักและครอบครัว ที่น่าดูเรื่องนึง เรื่องธรรมดาๆที่อยู่ในชีวิตธรรมดาของเราๆ

เปิดฉากมาด้วยความขำ การได้รู้ถึงความลุ้นและความภูมิใจของคนเป็นพ่อแม่ที่เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก

หนังเรื่องนี้ถ่ายหน้าเต็มๆอีกแล้ว หน้าใหญ่โตมโหฬารเห็นรูขุมขน โดยเฉพาะหน้าจาตุรงค์ ม๊กจ๊ก

ไม่ใช่พี่เคนหล่อทะลุแป้ง แต่หน้าจาตุรงค์เต็มจอก็ขำและทำให้ยิ้มได้

ความขำขันของตลกที่มีชีวิตอยู่กับความตลก และถ้าตลกไม่ได้มันก็แย่

เด็กคนนึงที่เกิดมาในอาชีพตลก พ่อแม่หวังให้ลูกเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ

แต่ลูกไม่สามารถที่จะเป็นได้ มันก็คือความผิดหวังของพ่อแม่

คนเป็นลูกเองถึงจะพยายามทำให้ดีเท่าไหร่ แต่ด้วยพรสววรค์ของคนที่ไม่เหมือนกัน

ทำให้ลูกเกิดความน้อยใจ กลัวว่าถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อแม่อยากให้เป็น...พ่อแม่จะไม่รัก

แต่ความเป็นจริงแล้ว...ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนหรอก...ที่ไม่รักลูกของตัวเอง

ที่ทำให้ซึ้งมากของหนังเรื่องนี้จนถึงกับน้ำตาร่วง ปาดน้ำตาสูดน้ำมูกไปแบบไม่อายคนข้างๆ

ก็ตอนที่พ่อรู้ว่าลูกหายไป แล้วลูกกลับมาตอนเช้า พ่อถือไม้เรียวฟาดเอาๆแล้วด่าลูกไปด้วย

ปรากฎว่าพ่อตีขาตัวเองเป็นหลายสิบทีจนขาแดง นี่คือความรักลูกมากที่ไม่อยากให้ลูกเจ็บ

และอีกตอนที่พ่อแต่งตัวเป็นแม่ไปงานวันแม่แล้วลูกติดดอกไม้ให้ที่อกแล้วนมแตกเป็นสายน้ำ

ถ้าระลึกไปถึงตอนเด็กๆแล้ว เค้าทำให้เรามากมายจริงๆ นั่งดูก็ขำไปทั้งน้ำตาจริงๆ

เด็กที่เล่นเป็นตัวเอก "ต๊อก" ถือว่าผ่านกับการเล่นบทนี้ หน้าตาดูยิ้มกริ่มๆ อายุแค่12-13

ตอนนี้เรามองว่าเค้าเป็นเด็กเพราะเราโตแล้ว แต่เด็กสมัยนี้ก็โตไวและมีความคิดแล้ว

เด็กอีกคนที่เล่นเป็นน้องสาวต๊อก "แซลมอน" ก็เล่นได้น่ารัก น่าเอ็นดู

ชอบตอนที่ต๊อกบอกว่าจะเอาเงินทีแซลมอนเก็บไว้ในกระปุกคืนและจะซื้อกระปุกออมสินใหม่ให้

แต่น้องสาวตัวเล็กก็เดินไปตบบ่าพี่ชายแล้วบอกว่า "ไม่เป็นไร" มันเป็นความรักระหว่างพี่น้องที่น่ารักมากๆ

หนัง GTH จะต้องมี แจ๊ค แฟนฉัน ออกมาขโมยซีนหน่อยนึง แต่ก็ทำให้ฮาได้ทุกครั้ง

พอลล่าเรื่องนี้หน้าไม่วิ้งมาก อาจเป็นเพราะเทียบกับเด็กหน้าใส แต่ก็ยังน่ารักอยู่

รอยยิ้มของหมอน้ำแข็ง ทำเอาใจของหนุ่มๆละลายไปกันหมด

แม้แต่เด็กชายต๊อก ที่ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น และคอยตามจีบตบมุขสารพัด

เค้าว่ากันว่าผู้หญิงชอบผู้ชายตลก...แต่ท้ายที่สุดแล้วจริงๆผู้หญิงก็ชอบ Family man อยู่ดี

ถึงอายุจะห่างกัน 12 ปี มันก็ไม่ใช่อุปสรรคของความรัก

เมื่อเรารักใครซักคน บางครั้งเพียงแค่เห็นว่าเค้าเดินกับคนอื่น

ก็เข้าใจผิดว่าเป็นแฟน ก็ทำให้เศร้าใจ ชวนไปเดทไม่ได้ ก็เศร้าใจ

บางครั้งเหตุการณ์บางอย่างก็ทำให้คนสองคนคลาดกันไปคลาดกันมาไม่เจอกันซักที

แต่พอเวลามีความรัก โลกทั้งใบก็เป็นสีชมพู

ความพยายามของเด็กคนนึงที่มีความรัก ความปรารถนาดีกับผู้หญิงที่ตัวเองรัก

นางเอกในเรื่อง "คุณหมอน้ำแข็ง" กำลังจะมีน้องกับแฟนที่ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ

แล้วคุณหมอก็ไม่อยากบอกแฟน เพราะ กลัวเค้าจะทิ้งโอกาสในการเรียนมาแต่งงานกับตัวเอง

และอีกอย่าง คือ กลัวเค้าจะไม่ยอมรับแล้วจะทิ้งเธอไป เธอกลัวความเจ็บปวด

ส่วนต๊อกซึ่งรักคุณหมอมาก ถึงกับยอมรับเป็นพ่อเด็ก แม้ตัวเองก็ยังเป็นเด็กอยู่แท้ๆ

ตอนที่คุณหมอน้ำตาหยดติ๋ง เราเองก็น้ำตาร่วงด้วย มันทำให้รู้สึกถึงความเสียสละ

และที่สุดแล้ว แฟนคุณหมอก็กลับมา แสดงความรับผิดชอบในการเป็นพ่อเด็ก

ซึ่งอยากให้คนในสังคมตอนนี้เอาเป็นแบบอย่าง ทำอะไรไว้ก็ต้องรับ

หนังเรื่องนี้ได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่าง

เราจะไม่รู้เลยว่าพ่อแม่รักเราแค่ไหน จนกว่าเราจะเป็นพ่อแม่คน

รัก คือ ความเสียสละ

รัก คือ ความรับผิดชอบ

รัก คือ การให้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน

แล้วเราจะสุขใจที่สุด ถ้ามีความรักที่แท้จริง

 

หนังเรื่องนี้ดูแบบไม่ต้องคิดมาก ดูให้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตที่เป็นอยู่

ไม่ได้มีแค่ขำ แต่มันทั้ง..........ขำ จี๊ด ซี๊ด ซึ้ง

บ้านฉันเป็นหนังครอบครัวที่น่ารักอีกเรื่องที่น่าไปดู ไม่ผิดหวัง

 

 

edit @ 21 Mar 2010 21:53:38 by linching2

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

posted on 18 Oct 2009 21:14 by linching2 in Movie

 

ี้ไปดูหนัง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ หลังจากที่อยากดูมาหลายเดือน

วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง อุตส่าห์ไม่ดูวันแรกๆ

เพื่อที่จะมีโอกาสมาดูกับเพื่อนๆแก๊งสาวโสดอีก 2 คน ที่ว่างวันนี้วันเดียวพอดี

ดูหนังรอบเที่ยง คน็แน่นทั้งโรง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีที่ซะแล้ว

เพราะหนังเรื่องนี้เรตติ้งแรงกระฉูดพุ่งทะยานจริงๆ

ได้ข่าวมาว่าเต็มเกือบทุกรอบ ทุกที่นั่ง ซึ่งที่ดังได้มากขนาดนี้ก็คงเพราะพี่เคน

ถึงแม้จะมีภรรยามีลูกแล้ว แต่สาวๆก็ยังปลื้มอยู่

ก่อนหน้าที่จะมาดูได้ลองถามหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นผู้ชายผู้หญิง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

คนส่วนใหญ่ดูหนังเรื่องนี้เพราะเคน แต่หนุ่มๆก็หาข้ออ้างว่ามาดูเรื่องนี้เพราะคริส

ช่วงนี้กระแสของหนังเรื่องนี้เลยมาแรงแซงทางโค้งกว่าเรื่องอื่นๆ

เพราะคงโดนใจสาวๆที่ต้องโดยสารรถไฟฟ้าทั้งหลาย

ตอนแรกกะว่าดูเสร็จก็แล้วกันไป แต่มีเพื่อนบอกให้มารีวิวหนังให้อ่านกันด้วย

แล้วจะเขียนอะไรดีล่ะ...เอาเป็นว่าเรียกว่าเล่าสู่กันฟัง ตามความคิดเราและเพื่อนสาวโสดสนิทอีกสองคนจะดีกว่า

ก่อนเข้าสู่หนัง วันนี้เป็นวันแรกที่ยืนตรงฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีดูภาพประกอบไปด้วย

ตั้งแต่ในหลวงทรงผนวช ภาพสมเด็จย่าทรงหอมพระพักต์ในหลวง

ภาพประชาชนที่รักและเทิดทูนในหลวงอย่างสุดซึ้ง เอาพระหัตถ์ในหลวงจับหัวตัวเอง

ภาพหยาดเหงื่อของในหลวงที่ทรงทำงานหนัก

ภาพผสกนิกรตั้งแต่สมัยที่เราเองก็ยังไม่เกิดเฝ้าเสด็จกันอย่างล้นหลาม

และภาพที่ประชาชนใส่เสื้อเหลืองแสดงความจงรักภักดี

....ดุจถวายชัย ชโย.....

น้ำตาคลอ...

ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เคยฟังเพลงสรรเสริญที่ไพเราะกว่านี้แต่ก็แค่ขนลุก แต่วันนี้น้ำตาคลอ

พอเพลงจบ เพื่อนที่นั่งข้างๆ หันมาพูดว่า ดูแล้วรู้สึกน้ำตาคลอ

เป็นเหมือนกันเลย เพราะทุกคนรักในหลวงจริงๆ

พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

 

มาเข้าเรื่องหนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอ

 

เปิดฉากมาด้วยงานแต่งงานของเพื่อน และประโยคเด็ด "แกไม่เคยมีแฟน แกไม่รู้หรอกว่ะ"

"ก็เพราะอยู่กับพวกแกนี่ไง ชั้นถึงไม่มีแฟนซักที"

หันไปมองเพื่อนข้างๆสองคน น่านนนน โดนกันเป็นแถวๆ

และก็ขำตั้งแต่ฉากแรก เพราะตากล้องท่าขโมยซีนมากๆ

 

 

เรื่องนี้จะเน้นบทนางเอกซะเป็นส่วนเยอะ คล้ายๆหนังเกาหลีอยู่ ยิ่งคริสนำแสดงแล้วหน้ายิ่งดูอินเตอร์

เหมยลี่ก็เ็จอลุง(พี่เคน) จนได้ จากการเมาแล้วขับ ชีวิตจริงรถหมุนขนาดนั้นเหมยลี่คงเละไปแล้ว

และแล้วพี่เคนก็ปรากฏตัว สาวๆคงกรี๊ดกันทั้งโรง แต่แอบเก็บอาการไว้

แต่เท่าที่ดูพฤติกรรมของคนข้างๆและตัวเองก็คงพอเดาไดู้่ว่าสาวๆทั้งโรงต้องเกิดพฤติกรรมบิดไปมาเพราะความเขิล

 

การที่เหมยลี่ให้กระจกมองข้างกับลุงเป็นของที่ระทึก

แล้วลุงเก็บไว้แสดงว่าลุงเองก็แอบปิ๊งสาวหมวยตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ไม่อย่างนั้นคงเขวี้ยงทิ้งไปแล้ว

 

ฉากบ้านของเหมยลี่ ก็ยังแอบแฝงโฆษณามิตรแท้ประกันภัย และร้านฮอนด้าซึ่งเป็นบ้านเหมยลี่

แค่เปิดฉากมาเจอหน้าแม่ของเหมยลี่ก็ฮากันทั้งโรงแล้ว หน้าตายได้อีก แถมเสียงก็ยังเหมือนการ์ตูน

ตามมาด้วยประโยคเด็ดของอาม่าที่เราเองและเพื่อนๆใช้เวลาท่องอยู่นานหลายวัน

อย่างน้อยก็รู้จักภาษาจีนหนึ่งประโยค "ลื่อไก่หนีเจียโส่ย เฉ่งเจี๊ยแซหมอโท่ย"

 

หลังจากที่เหมยลี่โดนอาป๊ายึดรถก็ต้องเผชิญชะตาชีวิตเหมือนสาวทำงาน

ที่ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเดินทางหลายต่อ ทุกยานพาหนะ

ทำให้โดนใจสาววัยทำงานที่ต้องเดินทางเอง

เพราะอย่างน้อยก็ตรงกับชีวิตของตัวเอง เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างล่ะ

ขึ้นรถแท๊กซี่รถก็ติด ลงเรือเจอน้ำเน่ากระเด็นเข้าหน้า มอไซต์ก็ขับชะวี๊ดชะว๊าดทำเจ็บเนื้อเจ็บตัว

รถสองแถวก็คนแน่นเบียดเสียด เกิดอาการส้รรองเท้าหัก แถมยังต้องทนดมกลิ่นจั๊กกะแร้อีก

ไปที่ทำงานก็ยังเจอเจ้านายขี้วีน รี่เข้ามาหาเร็วปานลมกลด มาถึงก็ใส่ๆๆๆ

 

แต่ยังดีที่ออฟฟิตมีการออกกำลังกาย

เป็นการบริหารร่างกายสำหรับชาวออฟฟิตทั้งหลายที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์

น่าจะเอาวิธีการนี้มาใช้ที่ออฟฟิตบ้าง

 

พฤติกรรมเหมยลี่ที่วิ่งเข้าวิ่งออกรถไฟฟ้าเพราะเห็นผู้ชายหน้าตาดี ก็คงจะโดนใจสาวหลายๆคนอีกแล้ว

คงจะมีพฤติกรรมแบบนี้กันบ้าง อาจจะเป็นที่อื่นก็ตาม ที่ขอแค่ให้ได้เจอแค่ได้มองก็พอ

และก็จะมีความคิดผุดแวบๆ ในหัวสมองเป็นประกายวิ้งๆ ทำยังไงดีนะ

เค้าจะเห็นเรามั้ยนะ แต่เราก็อยากเข้าไปใกล้เค้านะ อยู่เสมอ

 

 

หลังจากที่เหมยลี่และลุงเจอกันแล้วเหมยลี่ก็ทำของพัง ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา โน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป

ถ้าคนไม่รักกันจริงๆคงเกลียดไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้เจอแล้วชีวิตย่ำแย่เหลือเกิน ของพังตลอด

แต่นางเอกก็ยังทุ่มทุนซื้อแว่นราคาสูงคืนพระเอกจนได้ นี่แหละ รักทำให้คนตาบอดจริงๆ

 

ได้ยินคนหัวเราะกันทั้งโรง ตอนที่น้องเพลินมีหนุ่มแว้นบอยมารับแล้วลงรถจากมอไซต์ไม่ได้

ติดกางเกงรัดติ้วขาเดฟ แอบกัดวัยรุ่นสมัยนี้ได้ดีจริงๆ ว่าทำไมต้องใส่กางเกงซะฟิตเปรี๊ยะซะขนาดนั้นด้วย

 

ตอนเหมยลี่ไปดูตัวก็เป็นอีกตอนที่ฮา เพราะคู่ดูตัวของเหมยลี่ช่างเหมือนเรนจริงๆ

ทั้งหน้าตาและการแต่งตัวถอดแบบมาเปี๊ยบ ต้องชมฝ่ายจัดหานักแสดง

 

ตอนลุงไปบ้านเหมยลี่ ที่ลุงถามว่าทำไมที่บ้านปิดไฟมืด แล้วหนังโป๊หล่น สรุปว่าเป็นหนังโป๊ของใครกัน

ดูแล้วน่าจะเป็นของลุง แล้วที่ลุงไปร้านวิดิโอบ่อยๆ แสดงว่าเช่าหนังโป๊มาดูน่ะสิ

 

สังเกตได้ว่าเรื่องนี้เหมยลี่จะชอบใส่อะไรที่เป็นสีม่วง

และโทนสีของชุดคนอื่นในฉากเดียวกันก็จะออกเฉดม่วงด้วยเล็กน้อย เช่นชุดคนใช้และอาม่า

 

ในละครที่แอ๊พเล่นก็เรียกเสียงฮาได้อีกฉาก ตอนที่แอ๊พจิกผมพีคลากครูดไปกับเปียโน

ช่างไม่สมกับสาวหน้าหวานอย่างแอ๊พเลยจริงๆ ถ้าลองให้แอ๊พเล่นบทร้ายบ้างจะเป็นยังไง

และยิ่งเอาหน้าแอ๊พมาเทียบกับสาวคริสแล้ว ช่างต่างกันโดยสิ้นเชิง 

 

เรื่องนี้คริสแต่งหน้าค่อนข้างเป็นธรรมชาติ จนรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ธรรมดามาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ไม่สวยเลยนะ

แต่เหมาะกับบทมากๆ ไม่สวย หมวยๆจืดๆ และไม่มีใครสนใจ แต่เล่นได้สมบทบาท

 

เหมยลี่เรื่องนี้นอกจากจะซุ่มซ่ามแล้วยังซกมกอีก

กลับบ้านปุ๊บก็นอนเลย ไม่เคยอาบน้ำ มาถึงก็กระโดดขึ้นเตียงแหมะ

และยังไม่มีความรับผิดชอบ เห็นผู้ชายดีกว่า หนีงานไปท้องฟ้าจำลองกะผู้ชายเฉยเลย

ชีวิตจริงจะหนีได้อย่างนั้นมั้ย ลูกค้าคงโทรตามจิกยิกๆๆแล้ว

 

 

จะว่าไปท้องฟ้าจำลองก็เพิ่งจะไปมาเมื่อปีที่แล้ว ไปรำลึกความหลังครั้งยังเยาว์

เพื่อนๆหลายคนก็ไปหลับในนั้นเหมือนกัน มันสบาย เอ๊ะ แล้วจะไปทำไม

 

จากกรณีที่ลุงทิ้งกระเป๋าโดยไม่ดูตาม้าตาเรือว่ามีของอะไรอยู่รึเปล่า ถือว่าสะเพร่ามากๆ

ถ้าเป็นเราจะิ้ทิ้งกระเป๋าก็คงต้องดูแล้วดูอีกว่ามีของอะไรที่เราต้องใช้อยู่รึเปล่า

เหมยลี่เอารูปไปอัดทีเลยว่อนเป็นข่าวไปซะหมด ร้านถ่ายรูปถ้าไม่มีจรรยาบรรณก็อันตรายเหมือนกัน

 

 

ตอนที่เหมยลี่เก็บกระเป๋าลุงได้นั้น ทำให้เห็นอีกอย่างว่า เวลาโลกเป็นสีชมพู เราก็จะมองคนในแง่ดี

ไม่ว่าจะเจ็บตัว รถติด ก็ไม่เป็นไร ไปเก็บของที่ทิ้งแล้วจากถังขยะก็ไม่เป็นไร

 

 

ตอนที่ลุงชวนเหมยลี่ไปเล่นน้ำสงกรานต์

 

ฉากที่เหมยลี่มองขึ้นมาเห็นแป้งขาวๆที่หน้าลุงหลุดออกมาแล้วส่งยิ้มหวาน

สาวๆก็ละลายไปกับเก้าอี้ตามๆกัน หน้าพี่เคนลอยมาเต็มๆ

 

เหมยลี่ไปหาลุงที่บ้านเปิดประตูบ้านเข้าไปได้โดยง่าย

ลุงของเราก็สะเพร่าอีกแล้ว ไม่ล็อคประตูให้เรียบร้อย เกิดขโมยขึ้นบ้านมาก็ยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่เลย

 

และแล้วโปรแกรมทัวร์สงกรานต์สุดโรแมนติกก็ไม่เป็นไปตามแผน

เป็นสัจธรรมที่ว่าโปรแกรมทัวร์ ที่วางแผนไว้ มักจะล่มเสมอๆ

 

ฉากวันครอบครัวที่ให้เด็กๆไปฟังการเจียรางรถไฟ ดูแล้วออกจะเหมือนงานวันเด็กมากกว่างานครอบครัว

แล้วเด็กๆตัวกระเปี๊ยกขนาดนั้นอยากรู้เรื่องการเจียรางรถไฟขนาดนั้นเลยเหรอ...

หลังจากที่เหมยลี่รู้ว่าลุงต้องไปเมืองนอก ก็คงจะเสียความรู้สึกมาก

เลยตัดสินใจที่จะหยุดความสัมพันธ์ไว้แค่นั้น ถึงแม้่ตัวเองจะต้องเจ็บแค่ไหนก็ตาม

แต่เหมยลี่ก็มีความเป็นเฟมินิสต์อยู่ในตัว สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ไม่ง้อผู้ชาย เยี่ยม

 

 

ชอบประโยคทีี่เป็ดพูดกับเหมยลี่ว่า "แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกัน แต่มีไว้เพื่อให้รุูู้ว่ามีคนๆนึงที่รักเราอยู่"

ไม่ต้องกินข้าวด้วยกันทุกวัน ไม่ต้องตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ก็ได้ เพราะจะเบื่อกันไปซะก่อน

 

เมื่อลุงต้องไปเรียนต่อจริงๆก็ส่งของกลับคืนให้เหมยลี่ได้คิด พร้อมแปะเขียนโน็ตระลึกความหลัง

เป็นใครๆก็คงจะซึ้งต้องทำแบบเหมยลี่กันทุกคน

 

ในที่สุดนางเอกหนังไทยก็ตามพระเอกไปสนามบินไม่เจอ ถึงแม้จะรีบสุดๆแล้วก็ตาม

ถ้าเป็นนางเอกหนังรัก พระเอกคงต้องยืนอยู่ข้างหลัง

พอนางเอกหันมาก็จะตะลึงและวิ่งเข้าหากันแบบภาพสโลว์โมชั่น

แล้วก็คงจบด้วยภาพแต่งงานและมีลูกกันไปแล้ว แต่เหมยลี่ก็ต้องเหงาอีก 2 ปี

อยู่มา 30 ปียังอยู่ได้ จะเหงาอีกซัก 2 ปีจะเป็นไร

 

และแล้วกาลเวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก

ร้านฮอนด้าก็ปรับปรุงใหม่ไฮโซ แต่มิตรแท้ประกันภัยก็ยังอยู่เหมือนเดิม

เหมยลี่หันมาทำงานกะกลางคืนที่ตลาดหุ้นและไม่ใส่ชุดม่วงแล้ว

เหมยลี่กับลุงมาเจอกันที่รถไฟฟ้า เหมือนเป็นชะตาฟ้าลิขิต

ความรู้สึกเวลาที่ห่างกันไปอาจจะไม่เหมือนเดิมและทำตัวไม่ถูก

แต่ถ้ามีใครสานต่อความสัมพันธ์ ก็คงจะเริ่มต่อกันติดได้

ภาพที่รถไฟฟ้าไปคนละเส้นทาง ถ้าทั้งคู่ต่างไม่มีใครกลับมา ก็อาจจะหายไปจากชีวิตกันไปเลยก็ได้

 

แล้วรถไฟฟ้ากมา็เสียซะกลางทาง เหมือนโชคชะตาเล่นตลก

เป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด พอเกิดเหตุขัดข้องทางรถไฟฟ้า รถใต้ดิน

ทุกคนก็จะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาคนที่ตัวเอง คิดถึง

แต่บางครั้ง คนเราก็อาจจะ ไม่รู้ว่าจะโทรหาใครดีในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสถานการณ์ที่ใจแป้วที่สุด

 

เหมยลี่ก็ไฮไซนะ ใชแบล๊คเบอรี่ แต่เหมยลี่คงไม่ได้เล่นเฟซบุคหรือทวิตเตอร์ ถ้าเล่นป่านนก็ไม่ต้องเหงาแล้ว

แล้วลุงก็มายืนใกล้ๆทำเซอร์ไพรส์ แล้วก็แฮบปี้เอนดิ้ง

กว่าจะจบเล่นทำเอาน้ำตาร่วง เหมือนกัน ร้องไห้ตามเหมยลี่ เข้าใจอารมณ์ความรู้สึก

ตอนจบเกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน...ฉันหมุนรอบเธอ

 

เพื่อนที่นั่งข้างๆหันมาพูดว่า ไหนใครว่าหนังไทยไม่สนุก หนังไทยก็สนุกได้เหมือนกันนะจ๊ะ

ครบทุกรสชาติ ขำ เขิล ฮา น้ำตาร่วง

ใครยังไม่ได้ไปดูรีบไปดูซะนะจ๊ะ แค่ดูหน้าหล่อๆของพี่เคน ก็คุ้มแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 19 Oct 2009 00:24:10 by linching2

edit @ 19 Oct 2009 00:36:48 by linching2