Social

บริจาคเลือด...เท่ามดกัด

posted on 14 Apr 2010 14:51 by linching2 in Social

เมื่อวานนี้13 เมษายน 2553 เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

ไม่ได้ไปต่างจังหวัด หรือไปวัดทำบุญที่ไหน

ก็เลยหาโอกาสไปทำบุญด้วยการบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย

จุดเริ่มต้นที่ไปบริจาค เนื่องจากคืนก่อนหน้านี้ 1 วัน ดูข่าวในทีวีว่า

เลือดในคลัง เหลืออยู่แค่ 300 ยูนิต

300 ยูนิตนี่มันเยอะแค่ไหน เลือด 300 ถุง รึเปล่า

แต่มีความรู้สึกว่าต้องน้อยแน่ๆ ก็เลยลองทวิตดู เผื่อมีคนสนใจบริจาค

ตอนแรกส่วนตัวก็ไม่ได้กะจะไปบริจาควันสงกรานต์เพราะรู้ว่าคนต้องเยอะแน่ๆ

ในชีวิตเคยบริจาคเลือดมาแล้วหนึ่งครั้ง เมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา

่พอทวิตปุ๊บ เสียงตอบรับค่อนข้างดี มีคนบอกว่าจะไปบริจาคกันเยอะพอสมควร

ก็เลยคิดว่าจะไปบ้าง เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเลือด

อ่านกันได้ที่นี่ http://www.rd1677.com/branch.php?id=26618

พออ่านเสร็จก็เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการบริจาค

เพราะเคยได้ยินมาว่าถ้าคุณสมบัติไม่เป็นตามเกณฑ์ก็จะไม่ได้บริจาค

หรือเมื่อบริจาคไป เค้าจะต้องเอาเลือดเราไปเช็คอีกที

ถ้าเลือดใช้ไม่ได้จริงๆเท่ากับเราบริจาคไปเสียเปล่า

ข้อแรกๆที่เช็คกับตัวเองคือ กินยารึเปล่า น้ำหนักถึงมั้ย มีประจำเดือนรึเปล่า

และก็รีบเข้านอน แต่เอาเข้าจริงๆก็นอนไม่หลับหรอกค่ะ

เช้าวันที่ 13 ตื่นมา 6 โมง ทั้งที่ตอนกลางคืนนอนไปตอนประมาณ ตี 1จะงีบอีกหน่อยก็ไม่หลับแล้ว

ก็เลยตื่นมาด้วยความมึนๆนิดหน่อย จริงๆจะต้องนอนให้ครบหรือเกิน 6 ชั่วโมง

แต่นอนไม่หลับแล้วก็ช่วยไม่ได้

ตื่นมาก็ดื่มน้ำไปหลายแก้ว เพราะครั้งที่แล้วบริจาคไปแล้วเลือดหยุดไหล พยาบาลบอกว่าเลือดข้นไป

มีคนถามเข้ามาว่าจะต้องอดอาหารรึเปล่า อดอาหารนี้ในกรณีที่่เจาะเลือดไปตรวจสุขภาพค่ะ

แต่บริจาคเลือดให้กินได้ตามปกติ แต่ให้งดหรือลดของมัน พยายามอย่ากินอะไรที่มันทอดๆมากเท่านั้นเอง

ก่อนจะมาก็มีทั้งเพื่อนๆและพี่ๆหลายคนถามว่าจะไปบริจาคเลือดให้เสื้อแดงหรือทหาร

ในสถานการณ์แบบนี้ จะบริจาคให้ใครก็ถือว่าเป็นมนุษยธรรมเหมือนกันหมดแหละค่ะ

อย่ามาแบ่งแยกสี แบ่งแยกคนกันเลย

 

นัดพี่ๆชาวทวิตเตอร์ไปที่สภากาชาดไทย

อยู่ที่ เลขที่ 1873 ถ.พระรามสี่ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

เป็นจุดที่สะดวกสำหรับเดินทางที่สุด เพราะขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสามย่าน

หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันกันอิ่มพร้อม ก็ค่อยๆเดินไป ถึงอากาศอาจจะร้อนมากแต่ใจสู้

 

ถึงแล้วววว สภากาชาดไทย

 

Photobucket

 

มาถึงก็กรอกรายละเอียด เค้าก็จะมีตัวอย่างให้กรอกตาม เกี่ยวกับตัวเรา

ที่เห็นในภาพคือแบบฟอร์มด้านหน้า

ส่วนด้านหลังจะมีให้ติ๊กว่าเราเป็นโรคประจำตัวมั้ย เรากินยามามั๊ย ฯลฯ

อยากจะบอกว่าเค้าถามอะไรมาก็ให้ตอบตามจริงตามนั้น

ไม่ใช่อยากบริจาคมาก แกล้งโกหกไป เลือดที่บริจาคไปอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ได้

Photobucket

 

พอกรอกเอกสารเสร็จก็ไปยื่นเอกสารรับบัตรประจำตัวผู้บริจาค

แล้วก็ไปกดบัตรคิว และนั่งรอไป ถึงจะรอนานแต่ทุกคนก็ไม่บ่นกันนะ เพราะทุกคนมาด้วยใจจริงๆ

เมื่อวานคนเยอะ ได้คิวที่ 428 ต้องรอไปอีก 300 กว่าคิว

ค่อนข้างเร็ว ใช้เวลาไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็เข้าไปเช็คความพร้อมของร่างกาย

หมอจะวัดความดันก่อน หมอบอกว่าความดันค่อนข้างต่ำ (แอบรู้ตัวอยู่ว่านอนไม่พอ)

หมอเลยถามว่ามีใครมาด้วยมั้ย กลัวเป็นลม หมอจะถามว่ากินข้าวเที่ยงมาแล้วนะ

โดยปรกติ ก่อนบริจาคเลือดจะมีการชั่งน้ำหนักก่อน แต่สงสัยจะคนเยอะเลยไม่ต้องชั่ง

แต่หมอก็ถามว่าน้ำหนักนี่ชั่งเมื่อไหร่ เพราะถ้าต่ำกว่า 45 จะบริจาคไม่ได้

พอพบหมอเสร็จ ก็ได้เวลาตรวจความเข้มข้นของเลือด

โดยเช็ดแอลกอฮอล์ที่นิ้วกลางและนางของเรา จากนั้นใช้คล้ายๆตัวประทับตรากดจึ๊กไปที่นิ้วนาง

แล้วบีบเลือดออกจากนิ้วเรา นำหลอดเล็กๆดูดเลือดไปใส่แผ่นกระจกเล็กๆ 2 ที่

และใช้น้ำยาอะไรไม่รุสีฟ้า และสีเหลืองหยดลงไปอย่างละหยด แล้วกลิ้งไปกลิ้งมา

และให้ยาบำรุงเลือดมา 1 ถุง

เรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปรอบริจาคเลือดต่อข้างบน ใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมงได้

และก็ได้เวลาบริจาคแล้ว นี่เป็นบรรยากาศในห้อง

 

Photobucket

 

รอซักพัก พยาบาลก็ถามว่า ข้างขวาได้มั้ย บางคนอาจจะอยากเจาะข้างซ้ายมากกว่า

เพราะพอเจาะเสร็จอาจจะมีอาการปวดๆเล็กน้อย

คนที่ใส่รองเท้าหุ้มส้นมา ไม่ต้องถอดรองเท้า ให้ขึ้นเตียงได้เลยเพราะเดี๋ยวจะวูบ

ได้เวลาขึ้นเตียง พี่นก (แอบรู้ชื่อด้วย เพราะพี่แกเรียกชื่อตัวเองตลอด)

ก็เอาสายยางมารัดแขนไว้ รัดแน่นเลยทีเดียว และก็เอาที่บีบๆมาให้

เช็ดตรงท้องแขนด้วยแอลกอฮอล์ ตบแขนป๊าบๆๆ

 

Photobucket

 

จากนั้นก็เจาะ ตอนเจาะก็เจ็บนิดหน่อย ดูได้แบบเห็นกันจะๆ

เลือดก็ค่อยๆไหลไปตามสายยางแบบไม่รู้สึกตัว

 

Photobucket

 

พี่นกบอกว่า เลือดไม่ค่อยออก ถามว่ากินน้ำน้อยรึเปล่า

เอ๊ะ ก็กินเยอะอยู่นะ หรืออาจจะไม่เพียงพอ คราวหน้าถ้าจะบริจาคคงต้องกินเยอะกว่านี้

แล้วเลือดก็ค่อยๆไหลไปยังถุง ซึ่งมีที่รับเอนไปเอนมาตามน้ำหนัก

เราก็บีบกำๆแบๆที่มือไปด้วย

 

Photobucket

พอเต็มปุ๊บ เครื่องมันจะหยุดให้เอง แล้วก็ใช้กรรไกรมาตัด แต่ไม่ได้ตัดตรงส่วนปลายสุด

 

Photobucket

 

เลือดที่เหลือก็นำไปใส่หลอดเล็กๆ

 

Photobucket

 

หลังจากนั้นก็ปิดพลาสเตอร์ไว้ 1 ชั่วโมงแล้วค่อยเอาออก

 

Photobucket

 

นั่งพักซักครู่ ใช้เวลาเพียงแค่คนละ 10-15 นาทีเท่านั้น

 

Photobucket

 

จากนั้นก็ไปกินขนมและน้ำแดง ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทุกที่ให้กินน้ำแดง น้ำอย่างอื่นบ้างได้มั้ย

 

Photobucket

 

บริจาคเลือดในวันที่ 13-18 เมษา เค้ามีแจกเสื้อด้วยนะ

 

Photobucket

 

เจาะมาก็เป็นแผลนิดเดียวค่ะ เหมือนโดนยุงกัด รอบๆอาจจะมีเขียวคล้ำๆบ้างก็ไม่ต้องตกใจ

คราวที่แล้วที่บริจาค เพราะเลือดคั่ง แขนเลยเป็นสีเขียวๆม่วงๆเหลืองๆวงใหญ่มาก

ตอนแรกก็ตกใจ แต่เค้าบอกว่าไม่เป็นไร รอไปประมาณ 2 อาทิตย์ก็หายสนิท

แต่คราวนี้เหมือนจะเขียวๆแค่นิดเดียว

 

Photobucket

 

เมื่อวานที่ไปก็มีพี่จอย ศิริลักษณ์ไปบริจาคด้วย

และก็ยังมีพี่ๆเพื่อนๆน้องๆที่เล่นทวิตเตอร์ไปบริจาคอีกหลายคน

ที่ไปเพราะเป็นเทศกาลเลยอาจจะเสียเวลาไปมากหน่อย แต่ปกติแล้วแป๊บเดียวก็เสร็จ

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยเปิดให้บริการ


วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ 08.00-16.30 น.


วันอังคาร,พฤหัสบดี 07.30-19.30 น.


วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30-15.30 น.

สามารถบริจาคได้ 3 เดือนครั้ง

เราสามารถที่จะไปบริจาคกันได้เรื่อยๆ เพราะยังมีคนที่รอเลือดอยู่ตลอดเวลา

เพื่อนๆหลายคน แม้แต่ผู้ชายจะบอกว่ากลัวเข็ม

จะบอกว่า ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เจ็บเท่ามดกัดนิดเดียวเอง

 

ปล. ถ้าใครมาบริจาคเลือดที่สภากาชาดแล้ว อยากเชิญชวนให้บริจาคอวัยวะกันด้วยนะคะ

เราบริจาคไปแล้วทั้งอวัยวะทุกส่วนในร่างกายและอุทิศร่างกายให้นักศึกษาแพทย์ด้วย

เพื่อประโยชน์ของคนที่รอคอยความหวังในการรอดชีวิตต่อไป

edit @ 14 Apr 2010 17:05:37 by linching2